มาส่องเทคนิคการทา ลิปแมท ยังไงให้สวยปัง ไม่ตกร่อง

ลิปแมท ช่วยให้ปากสวยอวบอิ่มโดดเด้ง ได้ตลอดทั้งวัน

ลิปแมท เป็นลิปสติกเนื้อด้าน ไร้ความแวววาว อัดแน่นไปด้วยเม็ดสีจำนวนมาก ทำให้ได้สีปากที่สวยสดชัด ติดทนนาน เป็นลิปสติกที่ได้รับความนิยมมากๆตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน สำหรับใครที่ชอบฟินิชลุคแบบแมทและทาลิปเนื้อแมทกันอยู่บ่อยๆคงจะทราบกันอยู่แล้วทาอย่างไรถึงจะสวย แต่ว่ายังมีบางคนที่เคยชินกับการทาลิปธรรมดา อยากลองทาลิปแบบนี้บ้างก็กลัวว่าจะทาแล้วไม่สวยหรือเกิดความผิดพลาดที่น่าขายหน้าในระหว่างวันได้ วันนี้จึงอยากจะพาสาวๆมือใหม่ทั้งหลายไปดูเทคนิคการทาลิปเนื้อแมทให้ถูกต้องกัน รวมถึงการเลือกสีลิปให้เข้ากับสีผิวด้วย รับรองว่าอ่านจบทาได้สวยปัง ไม่พังอย่างแน่นอนค่ะ

 

เทคนิคทาลิปแมทยังไงให้สวยปัง

1.สครับปากบ่อยๆ ลิปแมทเป็นลิปที่มีเนื้อแห้ง ไร้ความมันวาว ดังนั้นหากปากแห้งแตกไม่เรียบเนียน เวลาทาลิปจะตกร่อง ไม่สวยงามค่ะ ดังนั้นหมั่นสครับมากบ่อยๆ ซึ่งสามารถทำได้ง่ายๆโดยการใช้ปิโตรเลียมเจลลี่มามาร์คปากให้หนาๆ หรือจะเอาไปผสมน้ำตาลและน้ำผึ้งก่อนก็ได้ เวลามาร์คปากจะได้ขัดไปพร้อมๆกันได้ มาร์คทิ้งไว้สัก 10-15 นาทีแล้วใช้แปรงขนนุ่มๆขัดออก จากนั้นล้างออกด้วยน้ำเปล่าซ้ำอีกรอบ แค่นี้ปากก็เนียนนุ่มพร้อมทาลิปแล้วค่ะ ที่สำคัญคือหลังล้างแล้วอย่าลืมบำรุงด้วยลิปบาล์มด้วยนะคะ ปากจะได้ไม่แห้งแตก

ลิปแมท

 

2.เลือกลิปที่ไม่แมทมากจนเกินไป ถึงแม้ลิปแมทตัวนั้นจะถูกโฆษณามาว่าช่วยบำรุงริมฝีปากได้ แต่พอทาแล้วกลับแห้งหนักจนถึงขนาดแตกเป็นร่องเลยทีเดียว ดังนั้นวิธีแก้คือพยายามเลือกลิปที่แมทแบบพอดีๆ ก่อนจะซื้อก็สวอชแล้วรอให้ลิปเซตตัว เราจะได้รู้ว่าลิปตัวนั้นแมทประมาณไหน หรือว่าถ้ายังกังวลอยู่ก็ทาลิปบาล์มก่อนแต่งหน้าสัก 10 นาที ก่อนจะทาลิปเนื้อแมทก็ใช้ทิชชู่ซับลิปบาล์มออกก่อน 1 ครั้งก็จะช่วยให้ปากไม่แห้งเกินไปได้แล้วค่ะ

 

3.ทาลิปให้ถูกวิธี ก่อนจะทาลิปแมทต้องดูก่อนว่าเราอยากได้ลุคแบบไหน ถ้าหากอยากได้ลุคประมาณสาวเกาหลี ปากดูเบลอๆระเรื่อสุขภาพดี ก็เอาลิปแต้มไปที่ปากด้านในเบาๆแล้วใช้นิ้วเบลนด์ให้สม่ำเสมอ แต่ถ้าอยากได้แบบสวยเนี้ยบ แนะนำให้ใช้แปรง พู่กันหรือแปรงของลิปแบบจิ้มจุ่มเท่านั้นมาเติมที่หยักและมุมปาก อย่าลืมใช้ลิปแบบดินสอมาเขียนขอบปากก่อนด้วยนะ จะช่วยให้ทาได้แบบไม่เลอะไม่เลยขอบปากค่ะ

ลิปแมท

 

4.ไม่ควรใช้ทิชชู่ซับ ด้วยความเคยชินเมื่อทาลิปสติกธรรมดา สาวๆก็มักจะนำทิชชู่มาซับที่ปาก เพื่อลดความมัน ลิปจะได้ติดทนมากขึ้น แต่เราจะทำแบบนั้นกับลิปแมทไม่ได้ เพราะลิปถูกออกแบบมาให้มีเนื้อที่แห้งมากอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องซับออก เพราะว่าจะทำให้น้ำมันหรือสารให้ความชุ่มชื่นอื่นๆหลุดออกตามมาด้วย กลายเป็นว่าปากอาจจะแห้งหนักจนตกร่องได้ ดังนั้นห้ามทำเด็ดขาดค่ะ

 

5.ห้ามเม้มปาก สามารถเม้มได้แค่หลังทาประมาณ 1-2 ครั้งก็พอ เพื่อให้ลิปสติกเซตตัวได้ดียิ่งขึ้น แต่ถ้าลิปแห้งดีแล้ว การเม้มปากจะทำให้ปากแห้งมากเกินไป ดังนั้นพยายามอย่าเม้มปากในระหว่างวันค่ะ

ลิปแมท

 

6.ห้ามทาหลายชั้น สำหรับใครที่ชอบทาลิปสติกเนื้อครีม มักจะชอบทาหลายชั้นเพื่อให้ได้สีที่สวยสดชัด แต่กับลิปแมทไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นเพราะเนื้อลิปมีเม็ดสีที่แน่นมากอยู่แล้ว แถมยังติดทนมากด้วย ดังนั้นทาแค่ 1-2 รอบก็เพียงพอแล้ว ทำให้ไม่หนาหนักปากมากเกินไปอีกด้วย

 

7.อย่าทาชิดริมฝีปากด้านในมากเกินไป เพราะถ้าปากเราสวยแต่มีลิปสติกติดฟัน เราจะพังแทนโดยที่ความสวยจะไม่ช่วยอะไรเราเลยถ้าหากยิ้มแล้วเห็นลิปติดฟันขาวๆอยู่ เพราะฉะนั้นพยายามอย่าทาลิปบริเวณริมฝีปากด้านในที่ชิดกับฟันมากเกินไป โดยเฉพาะคนที่ใช้ลิปแมทแบบจิ้มจุ่ม เพราะมันแห้งไว ติดทน เช็ดทำความสะอาดได้ยากมากค่ะ

ลิปแมท

 

8.ห้ามเช็ดออกเฉยๆ เเพราะลิปแมทเป็นลิปที่ติดทนมาก ดังนั้นการเช็ดออกเฉยๆไม่ว่าจะใช้อะไรเช็ดก็ล้วนแล้วแต่ทำร้ายริมฝีปากทั้งสิ้น วิธีทำความสะอาดที่เหมาะสมคือใช้สำลีชุบรีมูฟเวอร์สูตรน้ำหรือน้ำมันมาซับที่ปากไว้ประมาณ 30 วินาที แล้วค่อยเช็ดออกให้สะอาด จะช่วยทำความสะอาดได้อย่างหมดจดและถนอมริมฝีปากให้ชุ่มชื่น ไม่ระคายเคือง

 

9.ไฮไลต์ปากเพิ่มมิติ  ถ้าอยากให้เรียวปากดูสวยอวบอิ่มมากเป็นพิเศษ ลองแต้มไฮไลต์บริเวณกึ่งกลางปากล่างดู ปากจะดูอิ่มมีมิติมากยิ่งขึ้น หรือจะแต้มบริเวณรอยหยักปากด้านบนก็ได้ ปากจะดูสวยงามน่าจุ๊บค่ะ

ลิปแมท

 

เลือกสีลิปแมทยังไงให้เข้ากับสีผิว

การเลือกสีลิปสติกให้เข้ากับสีผิวเป็นอะไรที่สำคัญมาก เพราะว่ามันมีผลต่อลุคมากสุดๆ บางคนทาแล้วสวยเป๊ะปัง บางคนทาแล้วพังเพราะดูป่วยสุดๆ เนื่องจากบางคนเลือกสีลิปตามกระแส ไม่ได้สังเกตสีผิวของตัวเองก่อนว่าเข้าหรือไม่เข้า พอทาแล้วแทนที่จะสวยกลับดูดรอปลงแทนวันนี้จึงมีทริคการเลือกสีลิปสติกให้เข้ากับผิวมาฝากกันค่ะ

  • ผิวคล้ำ เหมาะกับลิปสติกสีน้ำตาลหรือสีแดงก่ำๆมากที่สุด เพราะมันช่วยขับผิวได้ในระดับหนึ่ง ทำให้ดูมีลุคที่สวยเซ็กซี่น่าค้นหาได้ ทั้งนี้บางคนอาจมีสีปากที่เข้มตามสีผิว เวลาทาลิปแล้วอาจจะกลบสีปากได้ไม่มิด แนะนำให้ใช้ลิปสติกสีนู้ดทาลงไปก่อนเพื่อปรับสีปาก แล้วค่อยตามด้วยลิปแมทสีเข้มทับลงไปอีกชั้น รับรองจะได้ปากที่สีสวยสดเด่นชัด ปากคล้ำยังไงก็รอดแน่นอน
  • ผิวสองสี เป็นสีผิวที่กึ่งๆระหว่างผิวเข้มกับผิวขาว ถ้าเป็นภาษาบ้านเราก็ผิวสีแทนนั่นเอง เป็นสีที่แต่งหน้าได้ขึ้นมากๆ และยังทาลิปสติกสีสวยๆได้อีกหลายเฉด แต่จะเหมาะกับลิปสีส้มพีชมากที่สุด เพราะช่วยขับผิวให้ดูสว่างขึ้นได้ นอกจากนี้จะทาลิปแมทสีแดงสดหรือแดงอมส้มก็รอดเช่นเดียวกันค่ะ
  • ผิวขาวเหลือง เป็นโทนผิวที่หากดูผิวเผินก็ขาวนะ แต่พอทาลิปสติกสีนู้ดหรือชมพูนม กลับดูซีดป่วยเอามากๆ เพราะจริงๆแล้วผิวสีนี้มีอันเดอร์โทนเป็นสีเหลืองผสมอยู่ เวลาทาลิปสติกสีอ่อน จึงดูป่วยๆนั่นเอง สำหรับลิปสติกที่เหมาะกับผิวสีนี้คือสีส้ม หากต้องการทาสีชมพูให้ทาสีชมพูเข้มแทนชมพูนมนะคะ รับรองว่าสวยแน่นอนค่ะ
  • ผิวขาว ผิวสีนี้จะได้เปรียบกว่าผิวสีอื่นในเรื่องลิปสติกนี่เองค่ะ เพราะจริงๆแล้วสามารถทาได้ทุกสีเลย จะเข้มจะอ่อน สีนู้ด สีชมพูนม รอดหมดทุกสี อยู่ที่ว่าต้องการลุคแบบไหนในวันนั้น เช่น ถ้าอยากได้ลุคสาวน่ารักสดใสๆก็ทาสีชมพูนม สีชมพูอมส้ม สีส้มอมแดง เป็นต้น แต่ถ้าอยากได้ลุคสวยดุก็ฟาดลิปแมทสีแดงสดไปได้เลยค่ะ หรือจะทาสีนู้ด ทาตาแบบสโมกกี้อายเข้มๆไปปาร์ตี้ก็สวยเผ็ดไปอีกแบบ อย่างไรก็ตามสาวผิวนี้ก็มีเรื่องให้ต้องระวังนิดหน่อยคือ สีปากอาจจะโดดหรือหน้าอาจจะดุได้หากทาลิปสีเข้มมากๆ เพราะฉะนั้นหากต้องการทาลิปโทนสีเข้มแนะนำให้เฉดดิ้งใบหน้าเพิ่มด้วย จะเข้ากับสีลิปสติกมากยิ่งขึ้นค่ะ

ลิปแมท

และนี่ก็เป็นเทคนิคการทาลิปแมทให้ได้ริมฝีปากเสียเป๊ะอวบอิ่ม น่าจูจุ๊บที่เรานำมาฝากกันค่ะ รับรองว่ามือใหม่หัดทาก็สามารถทาให้สวยได้อย่างแน่นอน ทั้งนี้อย่าลืมเลือกสีลิปให้เข้ากับสีผิวของตัวเองด้วยนะคะ เพราะว่าหากเลือกไม่ดีจะทำให้หน้าดูดรอปลงได้ค่ะ ในบทความหน้าจะมีเคล็ดลับความงามดีๆอะไรมาฝากอีกบ้าง สามารถติดตามกันได้นะ สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีค่ะ